Fashion Revolution Thailand Expedition No.1: Folkcharm Journey

FASHION REVOLUTION EXPEDITION #1: FOLKCHARM JOURNEY


“เรียนรู้จากผู้ที่อยู่เบื้องหลังผืนผ้าและเสื้อผ้าของโฟล์คชาร์ม จากไร่ฝ้าย หลาเข็นฝ้าย โรงย้อมพืชพรรณ กี่ทอผ้า ก่อนที่จะมาตัดเย็บ เพราะเราเชื่อในพลังของธรรมชาติ ความเชื่อมโยง ความอ่อนโยน ความเรียบง่ายที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ ของกระบวนการและวิถี ความตั้งใจในทุกกระบวนการผลิต งามบ้าง ไม่งามบ้าง สมบูรณ์แบบบ้าง มีตำหนิบ้าง ล้วนเป็นธรรมชาติของงานที่ใช้มือทำ โฟล์คชาร์มวางตัวเป็นตัวกลาง ที่เสริมสร้างผืนผ้าให้มาเป็นชิ้นงาน เชื่อมโยง ‘ผู้ใช้’ และ ‘ผู้สร้าง’ “

Made of Love ผ้าที่ทอด้วยความรัก มักอยู่เหนือกาลเวลา Fashion Revolution Thailand ร่วมกับ Folkcharm ชวนเดินทางสู่รากกำเนิดของเสื้อผ้าในทริป Fashion Revolution Expedition #1: Folkcharm Journey  เพื่อค้นหาอนาคตของแฟชั่นและวิถีโลก การเดินทางสุดพิเศษที่จะพาชาวเมือง ไปรู้จัก วิถี slow fashion ผ่านประสบการณ์ของแม่ๆช่างท่อผ้า ศิลปินผู้รักในผลงาน รักคนซื้อ และรักธรรมชาติ เพราะเราเชื่อว่านี่คือหัวใจที่ทำให้ Slow Fashion ยังคงมีชีวิตอยู่มาถึงปัจจุบันนี้ และกำลังจะเป็นคำตอบของวิถีโลกในอนาคต

3 วันนี้ เราจะได้เรียนรู้… 

FARM TO FABRIC

· เรียนรู้กระบวนการและทดลองด้วยตัวเองในการทำผ้าฝ้ายที่ปลูกในชุมชนโดยไม่ใช้น้ำและสารเคมี ตั้งแต่การปั่นปุยฝ้ายเป็นเส้นฝ้ายและนำมาทอ ทุกๆขั้นตอนเป็นกระบวนการทำมือด้วยภูมิปัญญาดั้งเดิม ที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ

· พูดคุยทำความรู้จักเหล่าแม่ๆช่างทอผ้าที่ปลูกและย้อมฝ้ายเอง เพื่อเข้าใจวิถีชีวิตพื้นถิ่น ลองทอผ้าบนกี่ทอผ้าหลังใหญ่ ฝึก “เข็นฝ้าย” หรือปั่นฝ้ายจากปุยฝ้ายให้เป็นเส้นด้าย เพื่อนำมาทอผ้าของตนเอง และทานอาหารพื้นถิ่นจากวัตถุดิบอินทรีย์ฝีมือแม่ๆที่หาทานที่อื่นไม่ได้แน่ๆ

· เรียนย้อมเส้นฝ้ายด้วยสีธรรมชาติจากพืชท้องถิ่น ที่ช่างย้อมฝีมือระดับครู จะมาเล่าเรื่องพืชแต่ละชนิดกับความหลากหลายทางชีวภาพให้เราฟังอย่างใกล้ชิด

FAIR FASHION

· เรียนรู้แนวคิดธุรกิจแฟชั่นเพื่อสังคม และการทำงานกับชุมชนอย่างมีส่วนร่วม จากประสบการณ์ตรงของผู้ก่อตั้งแบรนด์ Folkcharm

· เข้าใจสายใยการผลิตเสื้อผ้าที่เอื้อกับวิถีชีวิตที่ไม่เร่งรีบ และให้ความสำคัญกับคุณภาพ, ฝีมือ, เวลา ตามสไตล์เฉพาะตัวของแม่ๆแต่ละคน

· เรียนรู้หลักการของ Fair Trade และการให้คุณค่าผ่านการตั้งราคาที่ตกลงร่วมกับชุมชนอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

MINDFUL LIVING

· เข้าใจสถานการณ์วิกฤติสิ่งแวดล้อมและผลกระทบ และร่วมสร้างสรรค์ทางเลือกการใช้ชีวิตและการบริโภคที่ยั่งยืนจากชุมชนสู่คนเมือง

· ได้อาบป่า กินข้าวห่อใบตอง สัมผัสธรรมชาติ ฟื้นฟูกายใจ แล้วมาแลกเปลี่ยนวิธีใหม่ๆในการปรับชีวิตปัจจุบันให้ connect กับธรรมชาติมากขึ้น

· เรียนรู้จากแม่รสและเหล่าฮีโร่ผู้หญิงบ้านนาหนองบง ที่ใช้การทอผ้าเป็นเครื่องมือเพื่อต่อสู้กับอำนาจและรักษาป่าชุมชน


ผู้นำกระบวนการ

กมลนาถ องค์วรรณดี (อุ้ง)

นักออกแบบสิ่งทอและที่ปรึกษาแบรนด์ที่เชื่อในความยั่งยืน หรือที่หลายคนรู้จักจากบล็อก Vanillawalk กว่า 10 ปีที่อุ้งมีประสบการณ์ทำงานและเรียนรู้จากแบรนด์แฟชั่นในหลากหลายประเทศ และปัจจุบันกำลังทุ่มเทพลังในการสร้างเครือข่าย Fashion Revolution ในประเทศไทยเพื่อชวนคนเมืองให้หันมาสนใจเรื่อง Slow Fashion มากขึ้น และสอนวิชา Creative Textiles ที่ภาควิชาแฟชั่น คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ภัสสร์วี โคะดากะ (ลูกแก้ว)

หลังจากการศึกษาด้านการพัฒนาชนบทและทำงานด้านการพัฒนาสังคมมากว่า 7 ปี ลูกแก้วเริ่มสร้างแบรนด์โฟล์คชาร์มในปี 2014 ในรูปแบบธุรกิจเพื่อสังคม และปัจจุบันเป็นผู้ประสานงาน(ร่วม) Fashion Revolution Thailand และ สมาชิกผู้ก่อตั้ง Volkskraft Ethical Crafts Hub

พ่ออ๊อต ตองหว้าน

ประธานกลุ่มทอผ้าลุ่มน้ำเลย ผู้มีประสบการณ์การบริหารกลุ่มแม่บ้านและกิจกรรมชุมชนมากว่ายี่สิบปี เป็นผู้รวมเครือข่ายแม่บ้านทอผ้าใน 3 หมู่บ้าน ที่ปัจจุบันทำงานร่วมกับโฟล์คชาร์ม

ศิริญญา ทองแบบ (เจ๊ยอ)

สมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนขุนเลย นักทดลองและผู้เชี่ยวชาญด้านสีสันพรรณไม้ในชุมชน รักการย้อมสีโดยสืบประวัติพืชให้สีไปถึงรุ่นผู้เฒ่า แม้ในหมู่บ้านไม่มีการย้อมสีธรรมชาติมานานแล้ว เจ๊ยอเป็นผู้คิดค้น “ผ้าลายน้ำเลย” ที่ปัจจุบันเลื่องชื่อระดับประเทศ

ระนอง กองแสน (แม่โรส)

ผู้นำแม่หญิงบ้านนาหนองบงที่ลุกขึ้นสู้กับเหมืองทอง ใช้การ “ตำหูก” ต่อสู้กับเหมืองทองจนชนะคดี อ่านเรื่องราวของแม่โรสต่อได้ที่ https://readthecloud.co/radical-grandma-collective/


กำหนดการ

🌱ศุกร์ 28 ก.พ.

12.00 น. พบกันที่สนามบิน จ.เลย
13.00 น. เดินทางถึงหมู่บ้าน อ.วังสะพุง ทำความรู้จักกัน พบพ่ออ๊อด กินข้าวเที่ยงฝีมือแม่ๆ
14.00-17.30 น. เรียนรู้การทำผ้าฝ้ายจากฟาร์มถึงผืนผ้ากับแม่ๆช่างทอผ้า ลองเข็นฝ้ายมาเป็นเส้นใยด้วยตนเอง
17.30-19.30 น. เดินทางเข้าที่พัก ทานอาหารเย็น ผ่อนคลาย
19.30-21.00 น. ทำไมต้อง Slow Fashion? เรียนรู้ปัญหาและทางออกของวิกฤติแฟชั่นที่มีต่อโลกและชุมชน
21.00 น. พักผ่อนตามอัธยาศัย

🌱เสาร์ 29 ก.พ.
6.30-8.30 น. ยืดเส้นยืดสายยามเช้า กินข้าวฝีมือน้าเพริศ เจ้าของบ้านพัก
9.00-12.00 น. เดินทางไปภูหลวง เรียนย้อมเส้นฝ้ายที่เข็นไว้ด้วยสีธรรมชาติจากพืชพื้นถิ่นกับเจ๊ยอ
12.00-13.00 น. เดินเข้าป่า กินข้าวห่อใบตองริมน้ำตก
13.00- 13.30 น. บันทึกธรรมชาติ เรียนรู้จากต้นไม้ ฝึกประสาทสัมผัสและเก็บสีในป่า
14.00-17.00 น. เดินทางกลับที่พัก นำเส้นฝ้ายที่ย้อมสีแล้วมาทอผ้าบนกี่จิ๋ว ทอไป คุยไป
17.00-19.00 น. ทานอาหารเย็น ผ่อนคลาย
19.00-21.00 น. เรียนรู้เรื่องระบบนิเวศ ชีวิตที่ทุกสิ่งพึ่งพาอาศัยกัน และแนวทางทางปรับวิถีชีวิตสู่อนาคต
21.00 น. พักผ่อนตามอัธยาศัย

🌱1 มี.ค.
7.00-8.30 น. เดินทางเข้าป่าชมวิวร้อยล้านยามเช้า สูดอากาศบริสุทธิ์บนภูหอ
10.00-12.00 น. กลับที่พัก แชร์ประสบการณ์ร่วมกัน ทานอาหารกลางวัน
13.00-16.00 น. เรียนรู้วิถีชีวิตและขบวนการต่อต้านเหมืองแร่ของบ้านนาหนองบงจากแม่โรส ผู้นำการต่อสู้ของชุมชน
16.00-17.00 น. ทบทวนสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ตลอดทริปและแชร์ไอเดียการกลับไปใช้ชีวิตในเมืองให้ดีต่อเรา​โลก และชุมชน
17.00-18.00 น. เดินทางถึงสนามบิน จ.เลย แยกย้ายกลับบ้าน

 

จุดนัดพบผู้ร่วมทริป

วันศุกร์ที่ 28 ก.พ. มี 2 จุด 

1. สถานีขนส่ง บขส. อำเภอวังสะพุง เวลา 8.30 น.

2. ท่าอากาศยาน จ.เลย เวลา 12.00 น.

 

การเดินทางที่แนะนำ 

1. เที่ยวบินแนะนำ

ขาไป : ดอนเมือง-เลย AirAsia FD3542 เที่ยว 28 ก.พ. เวลา 10.30-11.45 น.

ขากลับ : เลย-ดอนเมือง AirAsia FD3549 วันอาทิตย์ที่ 1 มี.ค.เวลา 18.00-18.55 น.

2. บัสแนะนำ

ขาไป : หมอชิต 2 – วังสะพุง รถโดยสาร แอร์เมืองเลย เที่ยว 27 ก.พ. เวลา 22.35-6.50 น.

ขากลับ : วังสะพุง-หมอชิต2 รถโดยสาร Sunbus เที่ยว 1 มี.ค. 19.20-4.00 น.

 

ค่าใช้จ่าย

พิเศษสำหรับ Fashrev Expedition รุ่นแรก 5,500 บาท 

ราคารวมกิจกรรมเรียนรู้+อุปกรณ์ ทั้งหมด 3 วัน, อาหารพื้นถิ่นฝีมือแม่ๆ 7 มื้อ, ที่พัก 2 คืน และการเดินทางภายในจ.เลย ตลอดทริป”

*ราคานี้ ไม่รวมค่าเดินทางส่วนตัวของผู้ร่วมทริปมายัง จ.เลย ด้วยตนเอง*

เนื่องจากทริปนี้เป็นทริปพิเศษที่เราจะแชร์แบบไม่กั๊ก เราจึงมองหาเพื่อนร่วมเดินทางไปกับเราเพียง 15 คนเท่านั้น

1. ไม่จำกัดอายุหรืออาชีพ แต่ควรเตรียมร่างกายให้แข็งแรงเนื่องจากกิจกรรมอยู่กลางแจ้งและจะมีการเดินป่าเล็กน้อย

2. เป็นผู้ที่มีความสนใจเรียนรู้แบบลงลึก เปิดกว้าง เปิดใจให้กับสิ่งใหม่ๆ และยอมรับความหลากหลาย

3. สนใจประเด็นปัญหาต่างๆของโลกในปัจจุบัน และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนชุมชนและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม 

4. สามารถเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มได้ตลอดทริป”

 

สิ่งที่ควรรู้และสิ่งที่ต้องเตรียม

1. เตรียมเสื้อผ้าและรองเท้าที่ใส่สบาย เหมาะสมกับการทำกิจกรรมกลางแจ้งและเดินป่าแบบเบาๆ ตลอด 3 วัน

2. เตรียมยากันยุง ยาทาบรรเทาอาการแพ้ คัน รวมไปถึงยารักษาโรคประจำตัวกรณีฉุกเฉิน

3. อาหารในทริปเป็นอาหารพื้นถิ่น หากแพ้หรือไม่รับประทานอาหารประเภทใด โปรดแจ้งให้ทีมงานทราบในใบสมัครล่วงหน้า

4. เตรียมกระบอกน้ำส่วนตัวขนาดพกพา เพื่อลดการใช้พลาสติก

5. เตรียมสมุดจดขนาดเล็ก พร้อมปากกาหรือสี เพื่อบันทึกประสบการณ์ที่ไม่อาจหาที่ไหนได้ (กิจกรรมของเราจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล)

6. ที่พักของเรา มีไฟฟ้าและสัญญาณโทรศัพท์จำกัด อยากชวนทุกคนมา Digital Detox ด้วยการใช้งานโทรศัพท์มือถือให้น้อยที่สุดระหว่างร่วมทริป หรือเตรียมแบตเตอรี่สำรองมาให้เพียงพอต่อการใช้งาน

7. การเดินทางภายในทริป เดินทางด้วยรถตู้ที่เราจัดเตรียมไว้ให้ (ระยะทางระหว่างแต่ละจุดห่างกันไม่เกิน 1-1.5 ช.ม.) และรถอีแต๊กในจุดที่รถตู้ไม่สามารถเข้าถึงได้

กรอกใบสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – 16 ก.พ. 63

ที่ : https://forms.gle/B6aJFTY1wJor9r4Q7