I MADE YOUR CLOTHES : CORONA VIRUS EDITION

I MADE YOUR CLOTHES : CORONA VIRUS EDITION

สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์แห่งการปฏิวัติแฟชั่น!! และเช่นทุกปี เราจะร่วมกิจกรรมโดยการถ่ายภาพและเล่าเรื่องของผู้ที่อยู่เบื้องหลังงานของเรา คราวนี้เราขอเล่าเรื่องราวของสมาชิกย่านบางกะปิ และเพราะปีนี้อะไรๆ ก็ไม่ปกติ เราจึงร่วมแคมเปญของ Fashion Revolution Thailand ที่ชวนมาแลกเปลี่ยนกันว่า องค์กรเรารับมือกับความเปลี่ยนแปลงนี้ยังไง

… ท้าวความก่อนไวรัสโคโรน่าจะจะกลายเป็นปัญหาที่น่าวิตก แนวโน้มเศรฐกิจขาลงทำให้เราต้องคิดวางแผนและวางระบบในชุมชนใหม่ โดยปรึกษากลุ่มอย่างตรงไปตรงมา หลังจากคุยกับแม่ๆ อย่างเปิดอก สมาชิกสรุปร่วมกันว่าให้รับผ้าเดือนละ 1 หมู่บ้านโดย 1 คนส่งได้ 1 ม้วนเพื่อกระจายรายได้ ทางเราเห็นว่ามีผ้าค้างอยู่ที่กลุ่มจำนวนนึง เราจึงรับผ้าที่ค้างใว้ขึ้นมาทั้งหมดก่อนเริ่มระบบใหม่ เห็นว่ากำลังจะออกงานใหญ่ติดต่อกันหลายงาน Cash Flow น่าจะพอจัดการได้

ด้วยมูลค่าต้นทุนที่สูงและราคาที่ไม่ถูกของสินค้าเรา การออกงานและพบลูกค้าโดยตรงจึงเป็นการได้มาซึ่งรายได้ที่เหมาะสมที่สุด (i.e.ผ่านคนกลางน้อยที่สุด) . . . งานถูกเลื่อนจึงหมายถึงการขาดรายได้หลัก และหลังจากงานใหญ่นี้ งานทุกงานก็ทยอยยกเลิกและเลื่อนไปแบบไม่มีกำหนด

.. เราอยู่ในความกังวลนี่อยู่พักใหญ่ สิ่งแรกที่คิดเป็นห่วงที่สุดกลายเป็นไม่ใช่ชุมชน แต่คือคนในออฟฟิส และช่างตัดเย็บประจำของเรา … ด้วยเพราะเราเพิ่งรับผ้าจำนวนไม่น้อยขึ้นมา (ด้วยเงินสดเช่นทุกครั้ง) และในบริบทเมือง ที่บ้านต้องเช่า ข้าวต้องซื้อ เราจำเป็นต้องดูแลคนที่อยู่กับเราที่เป็นตัวหลักในการให้ธุรกิจเดินต่อไปได้

น่าจะคล้ายๆกับทุกแบรนด์ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ออฟฟิสเข้าสู่สถานะ “ไม่ปกติ” แบบไม่ทันตั้งตัว เพียง 1.5 เดือนที่ผ่านมา เราได้บทเรียนที่เข้มข้นและวัดใจมาก แต่สิ่งที่สำคัญค้นพบคือ “teamwork” ที่ลงเรือลำเดียวกันและมีศรัทธาที่จะไม่ย้อมแพ้ เป็นหัวใจที่มีค่าที่สุด

ถึงจุดนี้แล้ว … หากอยากทราบว่าเราทำอะไรใน 1 เดือนที่ผ่านมา อ่านต่อได้เลยค่ะ

ขอให้พักการทอผ้าครั้งแรกตั้งแต่เริ่มกิจการมา
การตัดสินใจยากที่สุดในช่วงแรก คือการโทรไปที่ชุมชนเพื่อเล่าสถานการ์จริงอย่างตรงไปตรงมา ขอความร่วมมือให้ช่างทอเริ่มหยุดทอผ้าหลังจากกี่ที่ค้างอยู่เสร็จแล้ว และคอยดูสถานการณ์ต่อไป ซึ่งทุกคนก็เข้าใจดี

✂️ หน้ากากผ้าและการออกแบบที่ทำให้ไม่ง่าย
“มาลองทำหน้ากากกัน” แก้วพูดแบบไม่ได้คิดเยอะ ลุงปรีชามาส่งงานพอดี ก็เลยชวนแกลองขึ้นแบบ หลังจากนั้นเราก็ไปขลุกตัวอยู่บ้านลุงปรีชาถึงดึกร่วม 2 สัปดาห์ แล้วก็ได้ไปบ้านป้าอู๊ดทุกๆ วันสองวัน
. . . ลอง นั่งสอย แก้ ลองใหม่ . . . วนไป ผ้าเราเองซึ่งไม่ได้เป็น functional textile ไม่มีนวัตกรรมพิเศษ มันก็ต้องคิดเยอะพอตัว เพื่อให้ได้ function ในความปลอดภัย (เท่าที่ทำได้) ความสวยงาม ใส่สบาย และไม่กระทบสิ่งแวดล้อม
… เรานับถือ fighting spirit การขอให้ช่างตัดเสื้อผ้าประสบการณ์หลายสิบปีอายุ 60 กว่าร่วม 70 มาเย็บหน้ากากชิ้นเล็กๆ ที่มีดีเทล กับผ้าที่ลุ่ยง่าย ด้าย cotton 100% ที่ขาดง่าย จากค่าตัดหลักร้อยต่อชิ้น ลงมาหลักสิบ ทำ-แก้ วนกันไปแบบนี้ “ต้องลอง” ลุงและป้าอู๊ดพูดเป็นเสียงเดียวกัน แม้ช่วงแรกๆ ทำกันได้แค่วันละ 5 อัน ยังมีการโทรไปให้กำลังใจกันเองด้วย พี่น้อย ช่างงานฝีมือของเราก็ลงแรงด้วย แม้แกเจ็บมืออยู่และรายได้มันน้อยมากเทียบกับทักษะของแก

งานหลังบ้านที่ overload
วันทำงานที่ยาวนานขึ้น งานที่เหนื่อยกว่าเดิม ออร์เดอร์เข้ามาเกินรับไหว ทำให้งานหลังบ้านทวีคูณ เราซักรีดผ้าและตัดชิ้นงานเพื่อจ่ายงานให้ช่างเย็บ รับงานมา ซักรีด QC แพ็คของ จัดส่ง หลายร้อยชิ้นต่อสัปดาห์ ทำให้ต้องเพิ่มวันทำงาน พี่แหม่ม ปรกติทำงานอาทิตย์ละ 3 วัน ไม่ชอบ OT เลย เพราะมีลูกเล็ก กลายเป็นห้าวัน อยู่ดึก เอางานกลับไปทำที่บ้านต่อ จิ๊บ ต้องทำงาน 6 วัน และดึกมากทุกวัน ครอบครัวก็ต้องเข้ามาช่วยด้วยอีก

แผนกดูแลลูกค้าที่ไม่มีใครเคยทำ
เหตุที่เราไม่เคยรับมือลูกค้าจำนวนมากเท่านี้ในเวลาเดียวกันบวกกับการผลิตที่คาดการณ์ยังไม่ได้ แม้เราจ้างช่างเย็บผ้าในย่านบางกะปิเพิ่มถึง 4 คน งานมือ ที่ต้องใช้เวลาเข้าใจงาน เร่งไม่ได้ งานมือที่ QC ยาก งานเสียจำนวนไม่น้อย บ้างก็หลุดไปถึงมือลูกค้า ความต้องการที่หลากหลาย ออร์เดอร์พลาด ส่งช้า ในระหว่างที่ต้องทำหน้างานอีกหลายฟั้งค์ชั่นให้ดี มีการปรับการทำงาน พัฒนาระบบ อุดรูรั่ว กันแบบทำไปแก้ไป เสียใจได้อย่าเสียศรัทธา เสียเงินได้อย่าเสียสติ เดี๋ยวมันก็มีทางไป Fighting!

⛳ แล้วต่อไปหล่ะ
เมื่อตลาดหน้ากากผ้าจะเริ่มซา เราก็ได้เริ่มวางแผน Online Campaign ใหม่ๆ ที่จะทยอยออกตัวมาเรื่อยๆ โดยเรายังมีความหวังอยู่ว่าคนไทยจะอุดหนุนกันเองมากขึ้น และจำนวนผู้บริโภคที่ใส่ใจจะขยายตัวขึ้น แม้จะอดกังวลไม่ได้ว่าหลังจากนี้จะเป็นยังไง ก็ค่อยๆ หาความรู้เพิ่ม เรียนรู้ วางแผนทดลองกันไป

*ทำวันนี้ให้ดีที่สุด* พลังต้องมา สปิริทต้องดี สู้ๆ กันทุกคนนะคะ

Stay Safe and Strong, Everyone! We will get through this together… in a distance!